DAAT คาดการณ์เม็ดเงินโฆษณาสื่อดิจิทัลพุ่งสูงถึง 22,000 ล้านบาท ในปี 2563!

DAAT ประเมินเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลจะพุ่งขึ้นสูงถึง 22,000 ล้าน ในปี 2563!

Siwat DAAT 2020

สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ The Digital Advertising Association of Thailand (DAAT) ร่วมกับ คันทาร์ (ประเทศไทย) สำรวจมูลค่าเม็ดเงินลงทุนผ่านสื่อดิจิทัลโดยคาดว่าในปี 2563 จะมีมูลค่าสูงถึง 22,000 ล้านบาท

 

จากรายงานการวิจัยล่าสุดทางสมาคมฯ และ คันทาร์ ได้ร่วมเก็บข้อมูลเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลประจำปี 2562 และทำการคาดการณ์เม็ดเงินสำหรับปี 2563 ผ่านตัวแทนเอเยนซี่ 38 แห่งทั่วประเทศ โดยแบ่งเป็น 57 ประเภทอุตสาหกรรม และ 14 ประเภทสื่อดิจิทัล โดยสามารถสรุปได้ดังนี้:

 

สำหรับปี 2563 มีการคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าการใช้จ่ายเงินผ่านสื่อดิจิทัลสูงถึง 22,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นที่ 13% โดยมีการคาดการณ์ว่า 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่จะลงเงินในการโฆษณาดิจิทัลมากที่สุดคือ 

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ (3,031 ล้านบาท)

กลุ่มสกินแคร์ (2,028 ล้านบาท)

กลุ่มการสื่อสาร (1,969 ล้านบาท)

กลุ่มธุรกิจธนาคาร (1,398 ล้านบาท) และ

กลุ่มเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮล์ (1,335 ล้านบาท) 

 

การเปรียบเทียบเม็ดเงินการลงทุนผ่านสื่อดิจิทัลจากปีที่ผ่านมาพบว่า "กลุ่มอุตสาหกรรมการสื่อสารจัดว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีการใช้เม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลสูงเป็นอันดับที่ 3" ถูกคาดการณ์ว่าจะมีการเพิ่มเม็ดเงินถึง 32% ในปี 2563 นับเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับทุกกลุ่มอุตสาหกรรม

 

ในขณะเดียวกันกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ก็มีการคาดการณ์ว่าเม็ดเงินการลงทุนจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 20%

 

แพลตฟอร์มระดับโลกอย่างเฟซบุ๊ค (Facebook) และ ยูทูป (YouTube) ยังคงเป็นแพลตฟอร์มหลักที่แบรนด์ต่าง ๆ เลือกใช้ในการสื่อสารกับผู้บริโภคตามที่ต่าง ๆ บนช่วงวิถีของผู้บริโภค (Customer Journey) แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ DAAT และ คันทาร์ ร่วมกันคาดการณ์ว่าแพลตฟอร์มที่จะมีการเติบโตค่อนข้างมากในปี 2563 ได้แก่

อินสตาแกรม (Instagram) 24%

ทวิเตอร์ (Twitter) 28% และ

ระบบส่งข้อความทันที (Instant Messaging) 71%

 

เฟซบุ๊ค (Facebook) ยูทูป (YouTube) ครีเอทีฟ (creative) และ ดิสเพลย์ (display) คิดเป็นสัดส่วนเงินลงทุนร้อยละ 61 ของเงินลงทุนในโฆษณาทั้งหมดในปี 2562

 

คุณศิวัตร เชาวรียวงษ์ ประธารกรรมการบริหาร กรุ๊ปเอ็ม (ประเทศไทย) ในฐานะนายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ได้ให้ความเห็นว่า

“สถาการณ์โควิด-19 มีผลอย่างมากต่อเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลในปีนี้ จากสถานการณ์โควิด-19 ได้ส่งผลกระทบแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมแตกต่างออกไป เช่น กลุ่มอุปโภคบริโภคคาดว่าจะได้รับผลกระทบไม่มากนัก ในขณะที่กลุ่มของรถยนต์ อสังหาริทรัพย์ และการบริการต่าง ๆ จะได้รับผลกระทบอย่างมากจากเหตุการณ์นี้ แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้ก็อาจส่งผลให้มีเม็ดเงินไหลไปที่โลกออนไลน์มากขึ้น เช่น มีลงทุนในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมากขึ้น นอกจากนั้นในปี 2563 นี้ คาดว่าจะมีการลงทุนใน performance marketing มากขึ้นเช่นกัน”

 

ดร.อาภาภัทร บุญรอด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คันทาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า

“คาดการณ์ว่าเม็ดเงินโฆษณาสื่อดิจิทัลในปี 2563 ยังมีแนวโน้มของอัตราการเติบโตที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม โควิด-19 มีผลกับอัตราการเติบโตนั้น ผลกระทบของโควิด-19 ส่งผลในวงกว้างและยาวนานกว่าที่คิดไว้ ซึ่งทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทัศนคติและพฤติกรรมการซื้อสินค้า ผู้บริโภคใช้เวลาบนออนไลน์มากขึ้นขณะที่ใช้ชีวิตนอกบ้านน้อยลง นักการตลาดต้องพยายามเข้าใจการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเหล่านี้ ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันการมีกลยุทธ์การตลาดดิจิตัลที่ยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก”

ปี 2563 นับเป็นปีที่ท้าทายมากไม่เพียงแต่สำหรับนักโฆษณาและนักการตลาด แต่เป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับทุกอุตสาหกรรมเพราะมีความไม่มั่นคงในแง่มุมต่าง ๆ ทั้งนี้นักการตลาดต้องเข้าใจถึงวิธีการใช้สื่อดิจิทัลต่าง ๆ ของผู้บริโภค เพื่อผลิตข้อความที่มีความสร้างสรรค์และเกี่ยวข้องกับผู้บริโภค รวมถึงต้องวัดและประเมินผลสำเร็จของแคมเปญต่างๆ เพื่อที่จะพิชิตใจผู้บริโภคด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด

 

 

 

ทั้งนี้สำหรับผู้ที่สนใจ ท่านสามารถติดต่อเพื่อขอซื้อรายงานฉบับเต็มได้จาก คันทาร์ ได้ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป